วิเคราะห์บอล vegus168 UFAPRO888 ทีเด็ดบอล

เรอัล มาดริด จาก กาลาติกลอส สู่การปั้นดาวรุ่ง

แชร์ข่าวนี้กับเพื่อน

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด หนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอล ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากถึงที่ 13 สมัย

ในช่วงปี 2000 การเข้ามาของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ กับนโยบาย การซื้อ ซูเปอร์สตาร์ เข้าสู่ทีม ปีละหนึ่งคน สร้างปรากฎการณ์ไปทั่ววงการ เครดิตฟรีไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์

หลุยส์ ฟิโก้, ซีเนอดีน ซีดาน, โรนัลโด้ และเดวิด เบ็คแฮม คือดาวดังปีละคนของพวกเขา จนเป็นที่มาของ “กาลาติกลอส” หรือทีมแห่งกาแล็คซี่ อะไรประมาณนั้น แน่นอนพวกเขาประสบความสำเร็จไม่น้อยตลอด การเป็นประธานสโมสยุคแรกของ เปเรซ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงประธานสโมสร จาก เปเรซ สู่ รามอน กัลเดรอน ก็ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก จนกระทั่ง เปเรซ กลับมาอีกครั้ง

การกลับมาครั้งใหม่ของเขา มาพร้อมกับ นโยบายเดิมในการดึงตัว ซูเปอร์สตาร์ เข้าสู่ทีม แต่ที่ต่างออกไปจากรอบแรก คือ การ “ซื้อนักเตะดาวรุ่ง” เข้าสู่ทีมอย่างมากมายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

พวกเขามองถึงการ “ทุ่มซื้อ” คือการสร้างแรงจูงใจ, ภาพลักษณ์ และความสำเร็จในแง่ของผลงานในสนาม และการตลาด เข้าสู่สโมสร แต่การ “ปั้นนักเตะ” คือการลงทุนระยะยาวของสโมสร แน่นอน หลายครั้งผิดพลาด หลายครั้งประสบความสำเร็จ แต่ด้วยชื่อว่า เรอัล มาดริด ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า มันคือ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ของใครหลายคนที่อยากมาร่วมงานกับที่นี่สักครั้ง

ราฟาแอล วาราน (2011), คาเซมิโร่, ดานี่ คาบาฆาล, อิสโก้ อารากอน (2013) มาจนถึงรุ่นใหม่หน่อย อย่าง มาร์โก อเซนซิโอ หรือ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ (2016) คือ 6 นักเตะที่สโมสร ดึงตัวมาตั้งแต่อายุน้อย และกลายเป็นกำลังสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าตัว นักเตะ แต่ละคนไม่ถึง 30 ล้านยูโร ตอนที่ย้ายมาเล่นกับ เรอัล มาดริด ทั้งสิ้น

มาร์โก อเซนซิโอ กลายเป็นหนึ่งดีลที่คุ้มค่าที่สุดคนหนึ่ง ในการปั้นดาวรุ่ง เรอัล มาดริด ดึงเขามาจาก เรอัล มายอร์ก้า ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านยูโร เท่านั้น ทุกวันนี้ เขามีมูลค่ามากกว่าเดิมประมาณ 20 เท่า เป็นอย่างน้อย

ขณะที่ในรายของ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ทีมให้เวลาในการปั้นนักเตะอยู่สักระยะหนึ่ง จนตอนนี้กลายเป็น กองกลางที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งของวงการ และแน่นอน เรอัล มาดริด จับต่อสัญญาระยะยาวเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่สี่คนที่เหลืออยู่ในทีมที่ได้ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ครั้งในรอบ 5 ปี ของสโมสร

เรอัล มาดริด นับจากปี 2010 เป็นต้นมา พวกเขาประสบความสำเร็จดังต่อไปนี้

  • ลา ลีกา 2 ครั้ง (2012 / 2017)
  • โคปา เดล เรย์ 2 ครั้ง (2011 / 2014)
  • ซูเปอร์โคปา เดอ เอสปันญ่า 3 ครั้ง (2012 / 2017 / 2020)
  • ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ครั้ง (2014 / 2016 / 2017 / 2018)
  • ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 ครั้ง (2014 / 2016 / 2017)
  • ฟีฟ่า คลับ เวิล์ด คัพ 4 ครั้ง (2014 / 2016 / 2017 / 2018)

รวมทั้งสิ้น 6 รายการ 18 แชมป์ ตลอด 10 ฤดูกาล

ลูก้า โยวิช กลายเป็นนักเตะ ที่อายุไม่ถึง 23 ปีที่แพงที่สุด ของเรอัล มาดริด ซื้อมาในรอบ 10 ปี ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร ตามด้วย เอแดร์ มิลิเตา 50 ล้านยูโร, โรดรีโก้ และ วินิซิอุส (45 ล้านยูโร) และล่าสุดเมื่อตลาดการซื้อขายรอบที่ผ่านมา กับ เรนิเยร์ เฆซุส (30 ล้านยูโร) หากมองจากกลุ่มด้านบนนี้ ยังไม่มีใครที่บอกได้ว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะ โยวิช ที่มีปัญหาทั้งฟอร์มการเล่นในสนาม และ พฤติกรรมนอกสนาม

มีหลายคนที่ซื้อเข้ามาแล้ว ปล่อยออกจากทีม อย่างเช่น มาเตโอ โควาซิช ซึ่งตอนนี้เล่นกับ เชลซี หรือ ธีโอ เอร์นานเดซ ซึ่งตอนนี้ลงเล่นกับ เอซี มิลาน แต่พวกเขาเหล่านั้นจากไปพร้อมกับ กำไรเงินสด กลับคืนมาสู่ทีม

บางคนยังคงรอคอยโอกาสของตัวเองอย่างเช่น อังเดร ลูนิน นายทวารดาวรุ่งชาวยูเครน ซึ่งฤดูกาลหน้าจะกลับมาเป็นมือสองกับทีม เป็นครั้งแรกนับจากย้ายมาในปี 2018

ดานี่ เซบายอส และ มาร์ติน โอเดนการ์ด รายแรกอยู่กับอาร์เซนอล และเป็นอนาคตของทีมชาติสเปน ขณะที่รายหลังมาพร้อมป้าย “เด็กมหัศจรรย์จากนอร์เวย์” ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวแล้วหลายครั้ง นี่ก็รอการกลับมาสู่ เรอัล มาดริด

ยังไม่รวมถึง ทาเคฟุสะ คุโบะ ดาวรุ่งพุ่งแรงชาวญี่ปุ่น ที่ปล่อยยืมตัวออกไป รวมถึง อัลเบร์โต้ โซโร ดาวรุ่งอีกคนที่รอคอยวันเวลาของพวกเขากับทีม…ถ้ายังรอไหว กับโอกาสที่จะวิ่งมาหาพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายคนที่ เหมือนจะดี แต่ไม่ดี อย่างเช่น เซร์คิโอ ดิอาซ กองหน้าปารากวัย, ลูคัส ซิลวา ดาวโรจน์เวลานั้นชาวบราซิล หรือ นักเตะสเปนขนานแท้อย่าง เฆซุส บาเลโฆ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างการดำเนินแผนงานของ เรอัล มาดริด ในยุค 2020 ยุคที่พวกเขา ไม่ใช่เป็นเพียง สายเปย์ เพื่อวันนี้ อีกต่อไป แต่แปรสภาพตนเองเป็น นักลงทุน เพื่ออนาคต ไปเรียบร้อยแล้ว

แม้ทุกการลงทุน มีความเสี่ยง แต่พวกเขาก็พร้อมเดิมพัน เพราะหากเข้าเป้า แจ็คพอตแตก พวกเขาอาจได้ โคตรนักเตะ ที่ราคาร้อยล้านยูโร ก็อาจไม่เพียงพอกับค่าตัวของเขาก็เป็นได้

CLOSE
CLOSE