อันดับถ้วยแชมป์ นี้มีความสำคัญไฉน

แชร์ข่าวนี้กับเพื่อน

เป้าหมายของนักเตะและทีมสโมสรฟุตบอลทุกทีม นอกจากคว้าแชมป์สำเร็จเป็นที่ภาคภูมิใจแล้ว ถ้วยแชมป์ก็เป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน เพราะเป็นหลักฐานที่การันตีว่าความสำเร็จทีได้มาครอบครองนี้ ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักตลอดฤดูกาล

ด้วยแชมป์บ่งบอกถึงความเป็นเบอร์ 1 ในรอบการแข่งขันนั้น และเป็นแรงผลักดันที่จะพัฒนาตัวของนักเตะและทีม เพื่อขับเคลื่อนไปคว้าแชมป์ในฤดูกาลหน้าต่อไปได้

อันดับ 5 โทรฟี่ (ถ้วยแชมป์)

  • ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

เป็นรายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปที่ทุกทีมต่างฝันที่อยากจะได้มาครอบครองกันสักครั้ง ปัจจุบันก็เป็นใบที่ 6 แล้วขณะที่ 5 ใบก่อนหน้านี้ได้มอบให้กับสโมสรที่คว้าแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกันหรือแชมป์ เกิน 5 ครั้งขึ้นไปโดยที่มี 5 ทีมได้ไป แล้วคือ เรอัล มาดริด (มอบให้ตอนที่ได้แชมป์สมัยที่ 6 ปี 1966) , อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (3 สมัยติดกันในปี 1971 ถึง 1973) , บาเยิร์น มิวนิค (3 สมัยติดกันในปี 1974 ถึง 1976)  เอซี มิลาน (ในสมัยที่ 5 ปี 1994) และ ลิเวอร์พูล (แชมป์สมัย 5 ปี 2505)

ต่อมาตั้งแต่ปี 2009 ทางยูฟ่าก็ได้ยกเลิกกฎที่จะมอบถ้วยของจริง โดยจะใช้ถ้วยบิ๊กเอียร์ของแท้ในนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น ส่วนที่แชมป์จะได้ถ้วยจำลองขนาดเท่าของจริงเป็นครอบครองแทน ส่วนทีมใดที่คว้าแชมป์ได้ 3 ครั้งติด หรือได้แชมป์มากกว่า 5 สมัย ในอนาคตทางยูฟ่าก็จะมีการมอบตราพิเศษ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าได้แชมป์ (สังเกตได้จาก แขนเสื้อข้างซ้ายของนักเตะทั้ง 5 ทีม ที่ได้กล่าวไปแล้วก็ได้ ในเวลาที่เล่นเกมยุโรป)

จุดกำเนิดของถ้วยนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ “ราชันชุดขาว” ได้ถ้วยของจริงไปในปี 1967 ซึ่งในขณะนั้นยูฟ่าเองก็ตัดสินใจที่จะสร้างและออกแบบถ้วยใหม่ที่มีรูปร่างที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งได้เรียก ยุร์ก สตาเดลมันน์ มันกับพ่อของเขาที่เป็นช่างทำเครื่องเงินมาช่วยออกแบบให้ โดยใช้เวลานานถึง 340 ชั่วโมง ถึงจะออกแบบถ้วยที่มีขนาดความสูงถึง                       73.5 เซนติเมตร และหนัก 8.5 กิโลกรัม ได้สำเร็จ

  • ยูโรปา ลีก

ถ้วยรองต่อจากแชมเปี้ยนลีก สำหรับฤดูกาลล่าสุดนี้เป็นซีซั่นที่ 43 นับตั้งแต่ทางยูฟ่านำมาจัดการแข่งขันเมื่อซีซั่นที่ 1971-1972 และทีมเชลซี คือทีมล่าสุดที่ได้ครอบครอง เป็นถ้วยที่มีน้ำหนักมากถึง 15 กิโลกรัม สูง 65 เซนติเมตร  กว้าง 33 เซนติเมตร และมีความลึกประมาณ 23 เซนติเมตร ไปครอบครอง

ถ้วยใบนี้ถูกออกแบบและสร้างขึ้นที่ แบร์โตนี่ ซึ่งเป็นโรงงานที่รับทำถ้วยรางวัลและเหรียญชนะเลิศในงานกีฬาต่าง ๆ ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี มีความแตกต่างจากถ้วยแชมป์อื่น ตรงที่ไม่มีหูจับยื่นออกมา และปากถ้วยจะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งในตอนนี้ถ้วยใบจริงก็จะถูกทางยูฟ่าเก็บรักษาไว้ตลอดไป และจะสั่งถ้วยจำลองที่มีขนาดเท่าของจริงมอบให้กับทีมแชมป์แทน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มอบถ้วยแชมป์ใบจริงให้กับสโมสรที่คว้าแชมป์ได้ 3 ปีติด หรือว่าได้แชมป์ 5 สมัยขึ้นไป แต่ก็ไม่เคยมีทีมไหนทำได้เลย แต่จะมี 3 ทีม ที่สามารถทำรายการแชมป์ได้มากที่สุดคือ ยูเวนตุส , อินเตอร์ มิลาน และลิเวอร์พูลเท่านั้น

  • บุนเตสลีกา

ถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองแห่งการดื่มเบียร์ ฟุตบอลเยอรมัน (เดเอฟเบ) โดยคนส่วนใหญ่มักจะเรียกว่าถาดแชมป์จากรูปร่างของมันว่า “จานสลัด” ถาดแชมป์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1949 ทำขึ้นมาแทนถ้วยวิคตอเรียที่หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

สำหรับถาดแชมป์นี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร และ เดเอฟเบ ก็ต้องจ่ายเงินค่าวัสดุต่าง ๆ ที่นำมาประกอบเป็นถาดแชมป์ ประมาณ 9000 ยูโร และถ้าหากเทียบค่าเงินสมัยปัจจุบันนี้ก็จะประมาณ 25,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับถาดแชมป์ดั้งเดิมที่ทำจากแร่เงิน Sterling silver ที่มีโลหะเงินผสมอยู่ 92.5 เปอร์เซ็นต์และมีอัญมณีทัวร์มาลีนสีเขียวขนาดใหญ่เล็กผสมกันรวม 16 เม็ด รวมทั้งสิ้น 175 กะรัต ประดับไว้ที่ตัวถาด             ถูกออกแบบโดย อลิซาเบธ เตรสโคว์ อาจารย์สาวจากโรงเรียนศิลปะในเมืองโคโลญจน์ และได้มีการสลักชื่อทีมที่ได้แชมป์ลีกตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี 1993 ไว้บนตัวถาดด้วย

  • เอฟเอ คัพ

เป็นถ้วยแชมป์รายการฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ลักษณะของถ้วย ที่เราได้เห็นกันในปัจจุบันถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 1911 เนื่องจาก 1 ปีก่อนหน้านั้น ทาง FA ตรวจสอบเจอว่าดีไซน์ของถ้วยใบเก่านั้นถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้ประธานของเอฟเอสมัยนั้น ได้เชิญบริษัทเครื่องทำเงินจากหลายแห่งมาช่วยออกแบบให้ใหม่ ตัวถ้วยสูง 19 นิ้วไม่รวมฐานรอง และมีน้ำหนัก ประมาณ 5 กิโลกรัม ทีมแรกที่ได้ชูถ้วยแชมป์ใบนี้ คือ แบร์ดฟอร์ด ซิตี้  ทีมจากเมืองเดียวกันของผู้ออกแบบ ถ้วยใบนี้เป็นถ้วยใบที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรายการ FA Cup และใช้งานมานานถึง 80 ปีก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นแบบปัจจุบัน ตั้งแต่นัดชิงปี 1991 เป็นต้นมา

  • พรีเมียร์ลีก

จัดได้ว่าเป็นถ้วยแชมป์ที่แฟนบอลบ้านเราคุ้นเคยกันมากที่สุด ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ผลิตโดย บริษัท       การ์ราร์ด แอนโค จำกัด  เป็นบริษัทที่ออกแบบจิวเวลรี่และเครื่องเงินชื่อดัง และยังเคยได้รับหน้าที่ดูแลรักษา         เครื่องราชกกุธภัณฑ์ของสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 1843-2007 อีกด้วย

ลักษณะของตัวถ้วยทำมาจากเงินแท้ ประกอบด้วยมงกุฎหล่อจากเงินชุบ 24 กะรัต ฐานทำด้วยมาลาไคต์ หรือ         อัญมณีสีเขียว เฉพาะตัวฐานหนัก 15 กิโลกรัม เมื่อรวมกับตัวโทรฟี่อีก 10 กิโลกรัม รวมเป็นน้ำหนัก 25 กิโลกรัม          มีความสูง 76 เซนติเมตร รวมทั้งฐาน กว้าง 43 เซนติเมตร มีความลึกราว 25 เซนติเมตร และมีสิงโต 2 ตัวอยู่ที่หูจับ แต่ละข้าง ซึ่งหมายถึง Three Lion หรือตราแผ่นดินของประเทศอังกฤษนั่นเอง โดย สิงโตตัวที่ 3 ก็คือกัปตันของทีมแชมป์ ในปีนั้นที่จะเป็นคนชูถ้วยเหนือศีรษะ เพื่อประกาศความเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นให้ทุกคนรู้จัก

เป็นอย่างไรกันบ้าง พอจะทราบข้อมูลคร่าว ๆ ของถ้วยแชมป์แต่ละฤดูกาลแข่งขันกันไปแล้ว ซึ่งแต่ละถ้วยก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้สมกับตำแหน่งแชมป์ ใครที่ชอบเล่นเกมส์ได้เงินจริงเราขอแนะนำเว็บคาสิโนออนไลน์ JackpotCity เว็บเดียวครบจบทุกเกมส์และมีคุณค่าทางจิตใจต่อสโมสรทีมฟุตบอลและนักเตะทุกคนเป็นอย่างมาก เอาละในฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลที่เตรียมจะมาถึงนี้ เราก็มาดูกันต่อว่าจะมีทีมไหนคว้าถ้วยแชมป์เหล่านี้ไปครองบ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นทีมโปรดของคุณในนัดหน้าก็ได้

CLOSE
CLOSE