ดูหนังออนไลน์ ไฮไลท์ฟุตบอล วิเคราะห์บอล

หวยออนไลน์ครบวงจร

หมดเวลา เชเฟอร์ เปิดทาง 5 โค้ชไทย

แชร์ข่าวนี้กับเพื่อน

หมดเวลา เชเฟอร์ เปิดทาง 5 โค้ชไทยหลัง วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ไม่สามารถเสกความสำเร็จใดให้กับทีมชาติไทยได้เลยตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2011 โดยล่าสุดนำทีมบุกไปพ่าย เลบานอน แบบหมดท่า 2-5 ส่งผลให้ความหวังในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายศึก เอเชียน คัพ 2015 ริบหรี่ เล่น 2 นัด ไม่มีแม้แต่แต้มเดียว และด้วยเม็ดเงินค่าจ้างกว่า 1.3 ล้านบาทต่อเดือน แต่ผลงานไม่ได้ดีกว่าเทรนเนอร์ตาน้ำข้าวรายอื่นที่แล้วมา จึงเกิดคำถามขึ้นว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลองเปิดโอกาสให้โค้ชชาวไทย ที่มีความสามารถได้พิสูจน์ตนเองเสียที หลังจากที่ “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นรายสุดท้ายที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้เมื่อ 5 ปีก่อน

ซึ่งตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย ถือเป็นความฝันและเกียรติสูงสุดของการเป็นโค้ชอาชีพ ที่ทุกคนปรารถนา MGR SPORT จึงขอนำเสนอ 5 เทรนเนอร์ชาวไทย ที่มีดีกรีพอที่จะอาสารับเผือกร้อนคุมทัพ “ช้างศึก” ให้ได้พิจารณากัน หลังผลงานภายใต้การนำทีมของ “วินนี่” นายใหญ่คนปัจจุบันออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ก่อนที่จะมีการพิพากษาอนาคตในวันที่ 31 มีนาคม นี้

สะสม พบประเสริฐ – ถือเป็นโค้ชชาวไทยที่ได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอลจำนวนมาก ด้วยลีลาข้างสนามที่เร้าใจสร้างสีสัน บวกกับฝีมือและจิตวิทยาการกระตุ้นลูกทีมแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม สมฉายา “มูรินโญ เมืองไทย” จนประสบความสำเร็จมากมายในระดับสโมสร คุมทัพ ”สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี คว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ ปี 2009 ก่อนย้ายไปช่วย บุรีรัมย์ เอฟซี ก้าวขึ้นมาเล่นดิวิชัน 1 และต่อด้วยพา แบงค็อก ยูไนเต็ด เลื่อนสู่ลีกสูงสุด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วนในนามทีมชาติ “โค้ชเตี้ย” เคยนำเยาวชน 17 ปีทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 2004 พร้อมฝากชื่อด้วยการล้มเจ้าภาพ แม้สุดท้ายจะตกรอบก็ตาม

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง – ได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมชาติไทยชุดสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ปลายปีนี้ ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งผลงานอุ่นแข้งที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ 4 นัด ชนะ 3 แพ้ 1 โดย “ซิโก้” ประเดิมงานในเมืองไทยด้วยการช่วย “เสือสามย่าน” จุฬา ยูไนเต็ด รอดพ้นจากการตกชั้นเมื่อปี 2008 ต่อที่คุม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี จบด้วยรองแชมป์ปี 2009 ก่อนย้ายไปถิ่นเหงียนกับ ฮอง อันห์ ยาลาย ทีมดังลีกเวียดนาม ที่เจ้าตัวเคยไปสร้างชื่อสมัยค้าแข้ง แต่ก็ไม่สามารถนำทีมคว้าแชมป์ได้ สุดท้ายกลับมาช่วยพา บีบีซียู เอฟซี เลื่อนขึ้นไทยพรีเมียร์ลีก ปี 2011 ซึ่งกุนซือวัย 39 ปี รายนี้ ได้รับความชื่นชอบจากผู้บริหารสมาคมฟุตบอลฯเป็นอย่างมาก จนมีโอกาสสูงที่เจ้าตัวจะได้งาน “ช้างศึก” ทั้ง 2 ชุดพร้อมกัน

อรรถพล ปุษปาคม – ยอดกุนซือสมองเพชร พิสูจน์ฝีไม้ลายมือกับระดับสโมสรมาแล้วมากมาย ไล่ตั้งแต่นำ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน คว้ารองแชมป์ไทยลีก 2 ปีติด พร้อมฝากผลงานชิ้นโบว์แดงผงาดเข้าชิงเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ปี 2003 แต่ทำได้แค่พระรอง รวม 2 นัด พ่าย อัลไอล์ จากยูเออี ไปอย่างฉิวเฉียด 1-2 ถัดมาคว้าตำแหน่งรองแชมป์ไทยลีกกับ ธนาคารกรุงไทย และมีโอกาสไปทำหน้าที่ต่างแดนกับ เกย์ลัง ยูไนเต็ด ในลีกมาเลเซีย กระทั่งกลับมาคุมทัพ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของทีมและเจ้าตัว เมื่อปี 2009 ก่อนจะหักเหสร้างผลงานกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยการกวาดถ้วยแชมป์ประดับตู้โชว์อย่างต่อเนื่องทั้ง แชมป์ลีกสูงสุด ปี 2011 และ ดับเบิลแชมป์บอลถ้วย เอฟเอ คัพ กับ ลีก คัพ ปี 2011-2012 แต่ทั้งนี้โอกาสประเดิมคุมทัพ “ช้างศึก” คงยังเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจาก เนวิน ชิดชอบ ประธานทีม “เซราะกราว” คงไม่ปล่อยเทรนเนอร์คู่ใจรายนี้ออกมาร่วมงานกับสมาคมลูกหนังไทยอย่างง่ายๆ แน่นอน

วรวรรณ ชิตะวณิช – เทรนเนอร์วัย 51 ปี ที่พกประสบการณ์มาเต็มกระเป๋า ในเมืองไทยผ่านการคุมทีมทั้ง ราชประชา เอฟซี, ธ.กรุงเทพพาณิชย์ และ บีอีซี เทโรศาสน ก่อนชีพจรลงเท้าย้ายไปขุดทองแดนลอดช่อง กับ เซมบาวัง และ แทมปิเนส โรเวอร์ส ซึ่งสโมสรหลัง “โค้ชป้ำ” สร้างชื่ออย่างยิ่งใหญ่ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เอสลีก และ สิงคโปร์ คัพ พร้อมซิวตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยมสองสมัยซ้อน สุดท้ายกลับมาช่วยงาน สมุทรสงคราม เอฟซี และ อีสาน ยูไนเต็ด ในช่วงสั้นๆ แต่หลังจากที่ “เดอะ ไรซิงซัน” ทีมแตก ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวตกอยู่ในสถานะว่างงาน

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ – อดีตนักเตะทีมชาติไทย ชุด ดรีมทีม อีก 1 รายที่ผันตัวมาเป็นโค้ช เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับสโมสรโฮม ยูไนเต็ด ที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนจะกลับเมืองไทยมากุมบังเหียน “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี แม้ผลงานของทีมถิ่นปทุมธานีจะไม่ได้กระหึ่มคว้าโทรฟีเป็นว่าเล่น แต่ก็ได้แชมป์ชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ ปี 2010 มาปลอบใจ และด้วยสไตล์การคุมทีมที่เคร่งระเบียบ มีวินัย และเป็นมืออาชีพ ทำให้สมาคมฟุตบอลฯดึงเจ้าตัวมาเป็นผู้ช่วย วินฟรีด เชเฟอร์ ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก และช่วยเป็นแมวมองคัดผู้เล่นไทยเข้าติดธงหลายต่อหลายราย โดยปัจจุบัน “โค้ชง้วน” กำลังอยู่ในระยะสร้างทีมใหม่ไปกับ ชัยนาท เอฟซี ในการสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2013

ข่าวจาก manager.co.th

CLOSE
CLOSE